สวัสดี !
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: Ken F4 - สัมภาษณ์เกี่ยวกับละครเวที he and his two wives  (อ่าน 955 ครั้ง)
lin_jerry11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 03:39:12 PM »

สัมภาษณ์ทางวิทยุที่ปักกิ่งเกี่ยวกับละครเวที he and his two wives
มีผู้กำกับติง เสี้ยวเทียน แล้วก็เสี่ยวชวน (เล่นเป็นเพื่อนเสี้ยวเทียนในละคร)
(พยายามแปลออกมาแต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร บางตอนก็จับความไม่ได้ก็ข้ามไป
บางตอนก็จับความเท่าที่พอรู้ อาจมีผิดพลาดไปบ้างก็ขออภัย)

ขอบคุณ เวบเคนตลอดกาล เข้าไปดูคลิปได้ที่นั่นค่ะ
http://www.kenforever.com/forum/viewthread...&extra=page%3D1

ตอนนี้ก็ซ้อมละครกันมาได้ 20 วันแล้ว เสี้ยวเทียนบอกว่าเป็นงานที่ยากมาก ผู้กำกับแซวว่า
เป็นเพราะเขามีเมียสองคน

ละครเรื่องนี้เคยเล่นมาแล้วเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ได้รับความนิยมมากมาเล่นใหม่ก็มี
การปรับเรื่องราวเล็กน้อย แต่โครงเรื่องหลักยังเหมือนเดิม เรื่องนี้มีการใช้โทรศัพท์กัน
ค่อนข้างมาก ส่วนที่ปรับก็คือเรื่องของมือถือ เมื่อก่อนยังไม่ได้มีการใช้กันแพร่หลาย
ก็ต้องปรับเรื่องให้เป็นว่า มือถือของพระเอกเสียก็เลยต้องใช้โทรศัพท์บ้านเป็นหลัก

เสี้ยวเทียนบอกว่าไม่เคยดูฉบับเก่าที่เคยเล่นมา เพราะเกรงว่าจะส่งอิทธิพลต่อการแสดง
ของตัวเอง ตอนที่รับงานก็บอกกับผู้กำกับว่าไม่ต้องสนใจกับประสบการณ์การแสดง
ที่ผ่านมา 10 ปี ของเขา เขาต้องการให้มองว่าเขาเป็นคนเริ่มต้นใหม่ไม่ต้องสนใจว่า
เขาเคยทำงานอะไรมาบ้าง ให้กำกับเขาเหมือนเป็นมือใหม่เข้ามาแสดง

ผู้กำกับบอกว่าเขาก้าวหน้าได้เร็วมาก ตอนแรกก็มองว่าเขาเป็น idol มีชื่อเสียงก็จริง
แต่การเล่นละครเวทีนี่จะต้องใช้ความสามารถล้วน ๆ ตอนแรก ที่ติดต่อกับเขาก็มองว่า
น่าจะสามารถร่วมงานกันได้ ก่อนที่จะร่วมงานกันจริง ๆ ก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่าตัดสินใจ
ผิดหรือถูกกันแน่ แต่วันแรกที่เขามาซ้อมก็เริ่มวางใจ เพราะทัศนคติของเขาต่องานนี้ดีมาก
ความจำเขาดีมาก เขาฉลาดมาก เขาต้องเห็นแล้วว่าตัวเองทำได้จึงรับงาน

เสี้ยวเทียนเสริมว่าผมเข้าวงการมาพอดี 10 ปี ก็คิดว่าอยากทำอะไรที่แตกต่างจากเดิม
พอดีว่ามีโอกาสนี้เข้ามา ในฐานะนักแสดงผมคิดว่าไม่ควรสร้างกรอบครอบงำตัวเอง
ว่านี่ทำได้ โน่นทำไม่ได้ ไม่ว่าทำอะไรไม่ควรมีเส้นกั้นขอบเขตของตัวเอง ไม่งั้นก็ไม่หลุด
จากสิ่งเดิม ๆ ก็เลยตกลงรับงานนี้

ผู้กำกับบอกว่างานนี้ซ้อมกันเหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมาก ละครตลกเล่นยากมาก ต้องมีบทที่ดี
ผู้แสดงที่ดี ทั้งสองอย่างนี้ยากที่จะมารวมกันได้ ซ้อมมา 20 วันแล้วก็จริงแต่ก็ยังมีงานที่ต้องทำ
อีกเยอะ แต่ทุกวันก็อยากจะมาซ้อมเพราะสนุก

เสี่ยวชวนเล่นเป็นเพื่อนของพระเอก เขาเป็นคนที่คอยช่วยเหลือพระเอก และก็ทำให้เรื่องวุ่นวาย
ไปด้วย ตอนแรกไม่รู้ว่าพระเอกมีสองบ้าน แล้วก็ต้องโกหกช่วยเหลือพระเอก เดี๋ยวก็ต้อง
โทรศัพท์ แสร้งเป็นคนโน้นคนนี้ บทค่อนข้างวุ่นวาย เขาว่าผู้กำกับเก่งมากบนเวทีเดียวกัน
คุณจะเห็นเมียทั้งสองบ้านพร้อมกัน บนเวทีเดียวกันนั่นแหละ ผู้กำกับว่าฟังแล้วงงใช่ไหม
ต้องไปดูกัน เธอบอกว่าจากบทละครเรื่องนี้มองเห็นว่าผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน ผู้ชายมี
นิสัยชอบโกหก ส่วนผู้หญิงก็มีนิสัยชอบฟังคำโกหก ก็เลยสมกัน

ในเรื่องนี้คุณจะได้เห็นเสี้ยวเทียนยุ่งวุ่นวาย จนกระทั้งเพื่อนก็ต้องเข้ามาช่วยวุ่นวายด้วย
จะพบว่าการมีเมืยสองคนที่จริงไม่ใช่เรื่องสนุกเลย พิธีกรถามว่าเสี้ยวเทียนล่ะว่ายังไง
เสี้ยวเทียนตอบว่า ถ้าคุณเป็นคนธรรมดา ไม่ได้มีเงินมากมายพอที่จะดูแลภรรยาหลายคนได้
ก็เป็นคนดี มีคนเดียวพอแล้ว

เสี้ยวเทียนบอกว่าเล่นละครตลกยากที่สุด การจะทำให้คนดูร้องไห้นั้นง่ายกว่า ทำให้คนดู
หัวเราะนั้นยาก ผู้กำกับบอกว่าเวลากำกับละคร ก็เหมือนกับการดูการเต้นรำซึ่งจริง ๆ
แล้วยากมากที่จะทำให้เข้ากัจังหวะเพลงเพื่อให้ผลออกมาสมบูรณ์ เสี่ยวชวนเสริมว่ามันเป็น
เรื่องของจังหวะ จังหวะจะช้าหรือจะเร็ว มันไม่มีมาตรฐานตายตัว ต้องอาศัยความรู้สีก
ผู้กำกับเสริมว่าก็ไม่ใช่ว่าจะมั่วเอา แต่ต้องจังหวะที่พอดีของการแสดงในแต่ละวินาที หากช้า
หรือเร็วไปสักวินาทีก็จะไม่ได้อารมณ์

พิธีกรมีคำถามจากทางบ้านถามว่า ในละครเสี้ยวเทียนจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์อย่างไรบ้าง
เสี้ยวเทียนหัวเราะแล้วตอบว่าจะไม่เหมือนที่เห็นเลย ทั้งผู้กำกับและเสี่ยวชวนเสริมว่าตอนนี้เห็น
หล่อ ๆ อยู่นี่ จะกลายเป็นโทรมไปเลย ผู้กำกับบอกว่าในละคร ผู้ชมจะได้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นกับเขาในหนึ่งวัน ได้รับบาดเจ็บ วุ่นวายกับสองบ้าน แทบไม่เป็นผู้เป็นคน

เสี้ยวเทียนเสริมว่าตอนซ้อมก็ได้บอกกับผู้กำกับเหมือนกันว่า แฟน ๆ เขาจะรับได้หรือเปล่า
กับบทบาทที่ได้รับ เพราะแฟน ๆ จะมีภาพพจน์ของเสี้ยวเทียนอยู่ในใจ จริง ๆ แล้ว เขาสามารถ
เล่นแบบนี้ได้แต่แฟน ๆ อาจไม่ทราบว่าเขาเล่นได้ เขาบอกกับผู้กำกับว่าคุณควรรับทราบไว้
ว่าแฟน ๆ ผมอาจไม่ยอมรับก็ได้ ไม่ใช่ว่าตัวเขาเองจะรับไม่ได้ แต่กลัวว่าแฟน ๆ จะรับไม่ได้
กับบทบาทที่เขาแสดง เพราะในสองชั่วโมงของละคร เขาโดนถูกตีคลุกไปกับพื้นและอะไรต่อมิอะไร
เรียกว่าในชีวิตจริงเป็นไปไม่ได้ที่จะโดนมากขนาดนี้ แฟน ๆ คงตกใจมาก เสี้ยวเทียนว่าอาจมี
คนร้องไห้ ว่านั่นไม่ใช่เสี้ยวเทียนก็ได้

โดย gosobig  f4 Thailand



บันทึกการเข้า

lin_jerry11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 03:41:10 PM »

สัมภาษณ์จูเสี้ยวเทียนระหว่างพักการซ้อมละครเวที จากนิตยสาร 青年周末 #187 - 20091022
thank you kenmi@I-KEN

เสี้ยวเทียนบอกว่าเขาไม่ใช่คนติดหล่อ เขาว่า "ผมไม่ใช่ ไม่ใช่แน่นอน วันนี้ถ้าไม่เพราะ
พวกคุณมา แม้แต่สระผมผมก็ไม่สระ หนวดก็ไม่โกน" เขาพูดตรง ๆ
นักข่าวเห็นแผลที่หว่างคิ้วเขา เขาเล่าว่า "ตอนถ่ายละครไม่ระวัง หกล้มไป เย็บไปหลายเข็ม
บอกตรง ๆ นะผมชอบมันมาก ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าลูกผู้ชายดี"

เสี้ยวเทียนว่าเขาไม่ได้เลือกที่จะเป็น idol เป็นเพราะว่าพอดีว่าเริ่มต้นในแบบนั้น ทุกคนจึง
เหมาว่าผมเป็น idol ตัวผมเองไม่ได้ติดว่าตัวเองเป็นอะไร ไม่งั้นคงไม่รับเล่นละครเวที
ผมเป็นนักแสดง ควรจะลองทำงานในรูปแบบต่าง ๆ กันไป ไม่จำเป็นต้องแสดงหล่อ การแสดงนั้น
จุดประสงค์เพื่อให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม ซึ่งคุณไม่สามารถจะใช้เพียงวิธีการเดียวได้ตลอดไป

ละครเวทีนี้ติดต่อผมมานานหลายปีแล้ว แต่ผมไม่สามารถรับได้ เพราะผมไม่มีเวลาพอ และ
ยังไม่มีความรู้ในด้านนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็นจังหวะที่เหมาะ ผู้กำกับติดต่อมาในเวลานั้น ผมอายุ
30 เต็มแล้ว เข้าวงการมา 10 ปี อายุ 30 ควรถึงจุดเปลี่ยน ทำอะไรนอกกรอบบ้าง ผมพบว่าผม
ได้รู้จักสิ่งใหม่ ๆ ในวงการ ก่อนหน้านี้ผมทำงานโดยไม่ค่อยเข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่

นักข่าวถามว่าอะไรที่ว่าสิ่งใหม่ ๆ
เสี้ยวเทียนตอบว่าตั้งแต่ผมเริ่มแสดงละคร รู้สึกว่าเป็นการแสดงด้านสว่างของความเป็นมนุษย์ แล้วก็
ค่อย ๆ สำนึกขึ้นมาได้ในวันหนึ่ง ว่ามนุษย์โดยพื้นฐานแล้วไม่สามารถแสดงด้านที่แท้จริงของตน
ตลอดเวลา ในโลกนี้ทุกสิ่งล้วนแต่มีด้านมีดและสว่างสองด้านเสมอ ถ้าคุณไม่มีด้านมืด แล้วจะ
มองเห็นด้านสวยงามได้อย่างไร มืดและสว่างทั้งสองด้านปะทะกัน จนกว่าจะหาจุดสมดุลย์ได้ นั่น
คือวิสัยมนุษย์ ดังนั้นผมจึงยินดีรับแสดงบทนี้ ซึ่งเป็นงานที่ยาก ละครเวทีไม่ใช่สิ่งที่ผมคุ้นเคย
ก็ดีที่สามารถเอาชนะมันได้ ผู้กำกับก็ได้ให้คำอธิบายแก่ผม จนตัวผมเองเข้าใจ ความกังวลของ
ผมคือจะจดจำการแสดงและบทที่มากมายได้อย่างไร กลางคืนเมื่อซ้อมเสร็จกลับที่พักแล้ว
ผมก็ยังต้องท่องบท ทบทวนพิเคราะห์บทซ้ำอีก ทุกวันซ้อมไม่หยุด จนพบว่าร่างกายผมมีเกิดการ
ตอบสนองโดยอัตโนมัติ จำบทและการแสดงไปได้เอง

จูเสี้ยวเทียนไม่กลัวว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการแสดงละครเวทีนี้ เมื่อก่อนหน้านี้ที่เขารับเล่น
ฉู่หลิวเซียงเคยโดยหนักมาก ครั้งนั้นต้องเผชิญกับความกดดัน เริ่มต้นเขาพยายามเลี่ยงไม่รับ
ปฏิเสธบทนั้นไปถึงสี่ครั้ง สุดท้ายก็ต้องรับเล่นเพราะคุณพ่อ "คุณพ่อผมชอบฉู่หลิวเซียงมาก ตอน
นั้นท่านเจ็บหนักมาก ผมไปดูท่านที่โรงพยาบาล ท่านกังวลใจมากบอกว่าตัวท่านเองอยู่ในช่วง
สุดท้ายแล้ว อยากให้ผมรับเล่นบทนี้" จูเสี้ยวเทียนไปปักกิ่งถ่ายภาพแต่งชุดฉู่หลิวเซียนำมา
ให้คุณพ่อดู หวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของท่านก่อนจากไป "ดังนั้นการเลือกในครั้งนั้นไม่ใช่ทำ
เพื่อตัวเอง"

ส่วนการเลือกเล่นละครเวทีครั้งนี้ เป็นเพราะตัวเขาเองและไม่กลัวข่าววิพากษ์วิจารณ์
นักข่าวถามว่าการเล่นละครเวทีเป็นการเปลี่ยนแปลงบทครั้งใหญ่ ไม่กลัวคำวิจารณ์หรือ
จูเสี้ยวเทียนตอบว่า ไม่เป็นไร เมื่อก่อนสนใจมากก็ทำให้หดหู่ แต่หลังจากเล่นฉู่หลิวเซียง
ผมพบว่าแม้มีคนวิจารณ์ แต่ก็มีคนอยู่มากที่ชอบ ผมค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ตัวเองไม่สามารถ
ทำให้ผู้ชมและสื่อทั้งหมดพอใจได้ นั่นทำให้ผมกลับมาจุดพื้นฐานคือ ทำหน้าที่นักแสดงให้
ดีที่สุด สร้างความพึงพอใจให้พวกเขาจากงานแสดงของผม พวกคุณอาจไม่ชอบผม
หรือดูถูกผม ซึ่งทำให้คุณมีความสุขจากการทำเช่นนั้น ผมไม่ได้มองว่าตัวเองยิ่งใหญ่
เป็นศิลปินก็ต้องให้คนอื่นใช้เป็นหัวข้อในการพูดคุยเพื่อความบันเทิงได้

นักข่าว คุณมองโลกในแง่ดีมาก
จูเสี้ยวเทียน ผมเป็นคนมองโลกแง่ร้ายมากที่สุด แต่จริง ๆ แล้วการมองในด้านร้ายที่สุด
กับมองในแง่ดีมันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก อย่างเวลาผมทำอะไรจะคิดไปในด้านที่เลวร้ายที่สุด
จากนั้นก็เตรียมรับมือกับมันไว้ เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นมันออกมาค่อนข้างดีกว่าที่คิด ผมก็จะมีความสุข
นี่ก็ถือได้ว่าเป็นการมองโลกในแง่ดีแบบหนึ่ง

เสี้ยวเทียนบอกว่า เขาอยากดำเนินชีวิตในแบบ กินอิ่มไปวัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร
สองสามปีมานี้เขากึ่ง ๆ พักผ่อน กึ่ง ๆ ทำงาน ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาต้องการ
งานการก็แทบจะไม่วุ่นวายมากนัก เขายิ้มพูดว่า มีหลายคนพูดว่า f4 ที่งานน้อยที่สุดคือผม
แต่ผมว่าผมมีชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด อาจเป็นเพราะความคิดเช่นนี้ จึงทำให้เขาห่างจาก
ความวุ่นวายของวงการบันเทิงได้ หลายเดือนนี้จึงมารับละครเวทีที่ไม่ได้มีรายได้มากนัก

นักข่าวถามว่า สองสามปีนี้ f4 คนอื่น ๆ ต่างก็งานยุ่งไปหมด แต่คุณกลับกึ่ง ๆ พัก กึ่ง ๆ ทำงาน
ไม่ได้เล่นละครแล้วไปไหน
จูเสี้ยวเทียน เวลาครึ่งหนึ่งผมยกให้ตัวเอง เล่นไท้เก็ก กระดานโต้คลื่น ไปอยู่กับธรรมชาติ
เสียส่วนใหญ่ มากจนผมเข้าถึงสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือคุณเห็นธรรมชาติ ภูเขาก็คือภูเขา ทะเลก็คือ
ทะเล มันไม่เปลี่ยนไปไม่ว่าด้วยเหตุใด คนก็เหมือนน้ำ เมื่อไหลผ่านแล้วก็ผ่านไป ไม่เหลือ
ร่องรอยอะไร เรื่องนี้ต้องมองให้ไกลออกไป ชื่อเสียงผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ผ่านมาก็ผ่านไป
แต่ละคนจะอยู่ไปได้กี่ปี วันนี้คุณบอกกับใคร ๆ ว่าผมประสบความสำเร็จแล้วบ้าง ผมล้มเหลวบ้าง
ใครถูกใครผิด ผ่านไป 5 ปี เรื่องเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน??

นักข่าว คุณเพิ่งอายุ 30 กลับมีความคิดเหมือนคนแก่ที่ผ่านโลกมามาก
จูเสี้ยวเทียน ผมเคยเห็นคนมากมายทั้งที่ขึ้นสูงสุดและก็สูญเสียไปหมด แค่คืนเดียวก็ร่ำรวยขึ้นมา
แค่คืนเดียวก็ไม่เหลืออะไร เข้าคุก ฆ่าตัวตาย เยอะแยะ จริง ๆ แล้วการมีชีวิตธรรมดานี่คือ
ความสุขอย่างหนึ่ง ไม่มีเรื่องอะไรใหญ่โตเข้ามาในชีวิต ไม่ได้ทำความผิดยิ่งใหญ่ ถือเป็นความสุขมาก
ถ้ามองผมจากสายตาของคนธรรมดา ใน f4 แน่นอนว่าผมไม่ยุ่งวุ่นวายนัก ผมมีรายได้น้อย
ที่สุด ผลงานก็ออกมาน้อยกว่าเขา แต่ผมว่าผมมีชีวิตที่มีความสุขที่สุด

นักข่าวการพักผ่อนสัมผัสกับธรรมชาติทำให้คุณเข้าถึง แล้วการเล่นละครล่ะให้อะไรคุณบ้าง
จูเสี้ยวเทียน ผมว่ากึ่ง ๆ ทำงาน กึ่ง ๆ พักผ่อนนี้ดีมากเลย ผมไม่สูญเสียการใช้ชีวิตของตัวเอง
แถมมีเวลาหลอมตัวเองเข้ากับบทที่เคยเล่นมา ผสานเข้าไปกับการใช้ชีวิต
ทุกบทที่ผมแสดง ก็จะนำเอาสิ่งที่ดีในนั้นเหลือทิ้งไว้กับตนเอง นิสัยผมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อาจกล่าวได้ว่าคือสิ่งที่บทนั้น ๆ ได้มอบให้แก่ผม เช่นหลังจากผมเล่นเป็นซีเหมิน ผมก็รู้จักเอาใจ
ใส่ผู้หญิง เล่นฉู่หลิวเซียง บุคลิกสบาย ๆ เยือกเย็นของเขาก็ติดมา เล่นละครเวทีเป็นจางลี่กั๋ว
คนธรรมดาในละครตลกนี้ก็อาจมีบุคลิกบางอย่างของเขาติดมาอีกก็ได้

โดย gosobig เมื่อ Oct 24 2009, 02:38 PM

บันทึกการเข้า

lin_jerry11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 03:45:46 PM »

ข่าวจากหนังสือพิมพ์กวางเจา สัมภาษณ์จูเสี้ยวเทียน
ขอบคุณ
http://www.kenforever.com/forum/viewthread...&extra=page%3D1

นักข่าว ชอบดูละครเวทีหรือเปล่า ทำไมรับเล่นเรื่องนี้ เป็นเพราะอยากจะปลดภาพ idol ออกจากตัวหรือเปล่า?

จูเสี้ยวเทียน ก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย แต่เรื่องที่เป็นตำนานก็ไม่พลาด ผมมักจะลองทำสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม ครั้งนี้ได้รับเชิญ และได้พูดคุยกับผู้กำกับก็รู้สึกว่าไม่เลว ก็เลยรับ เพราะอยากลองดูไม่ได้เพื่อพิสูจน์อะไร
ผมเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็น idol เป็นเพียงนักแสดงคนหนึ่ง แต่ไหนมาผมก็ไม่เคยสร้างกรอบการทำงาน
ให้ตัวเอง ถ้าเห็นว่างานนี้ทำได้แล้วมีคนจริงใจเชื้อเชิญมา ผมก็จะแสดงให้ดีที่สุด

นักข่าว เวลาซ้อมพบอะไรที่รู้สึกว่ายากบ้าง?

จูเสี้ยวเทียน จังหวะในการแสดงและการใช้สมาธิบนเวทีเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่ก็ไม่ยากจนแสดงไม่ได้
เป็นนักแสดง ผมก็พยายามเล่นตามบทและความต้องการของผู้กำกับให้ดีที่สุด ตอนซ้อมผมก็พูดกับผู้กำกับว่า
คุณไม่ต้องสนใจว่าผมเป็นใคร ตอนนี้ผมเป็นนักแสดงแถมเป็นมือใหม่อีก ผมเองก็วางจุดยืนตัวเองไว้แบบนี้
แม้ว่าผมเล่นหนัง ละครโทรทัศน์มาหลายปีแล้ว แต่ประสบการณ์พวกนั้นแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยในงานนี้

นักข่าว ในละคร เล่นเป็นคนขับแท๊กซี่ที่มีเมืยสองคน คุณมองเรื่องนี้อย่างไร

จูเสี้ยวเทียน สภาพความเป็นจริงในปัจจุบันมีเรื่องแบบนี้มากขึ้น ผมเองไม่เคยลอง ไม่มีประสบการณ์
แต่ผมมีเพื่อนที่เป็นแบบนี้ เพื่อเล่นบทนี้ ผมเคยไปหาเขาเพื่อทำความเข้าใจและดูว่าชีวิตประจำวันเขา
เป็นอย่างไร แม้ว่าจะช่วยไม่ได้มากนัก แต่ก็ทำให้เข้าใจความคิดของผู้ชายแบบนี้

นักข่าว เรื่องนี้มีการโกหกและจากการโกหกขยายไปสู่เรื่องอื่น ๆ คุณเห็นอย่างไรกับการโกหกในชีวิต และ
การทำงาน?

จูเสี้ยวเทียน การโกหกบอกยากว่าดีหรือไม่ดี ต้องดูสถานการณ์นั้น ๆ ในชีวิตคนหนึ่งไม่มีใครไม่เคยโกหก ไม่ว่าจะต่อเพื่อน ต่อคนในครอบครัว กับเด็กก็มี ขอเพียงไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร อย่างนั้นผมรับได้

นักข่าว เทียบกับ F4 คนอื่น ๆ คุณค่อนข้างมีผลงานน้อยที่สุด?

จูเสี้ยวเทียน ใช่ เมื่อตอนที่เริ่มเข้าวงการใหม่ ๆ ช่วงนั้นทุกข์มากจริง ๆ ทั้งสภาพร่างการและจิตใจไม่ดีเลย ผมปรับเรื่องการใช้เวลาของตัวเองแล้ว ผมให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตไม่ใช่การทำงาน

นักข่าว คุณจัดว่าเป็นคนติดบ้านไหม?

จูเสี้ยวเทียน ไม่ใช่ ผมชอบกิจกรรมข้างนอก ทุกวันตอนเช้าผมจะไปเล่นกระดานโต้คลื่นไม่งั้นก็มวยไท้เก็ก

นักข่าว ตอนที่ร่างกายและจิตใจแย่ที่สุด เคยคิดออกจากวงการหรือไม่ ถ้าไม่เป็นดาราแล้วจะทำอะไร?

จูเสี้ยวเทียน ความเป็นจริงของวงการบันเทิงก็คือ ถ้ามันยังต้องการคุณ คุณก็ไม่มีทางออกไปได้
แต่ถ้ามันไม่ต้องการคุณแล้ว คุณอยากอยู่ต่อไปก็ไม่ได้เหมือนกัน ไม่เป็นดารา ผมก็มีอะไรทำตั้งหลายอย่าง
ถ่ายรูป หรืออาจสอนรำมวยจีน

นักข่าว ใน f4 ดูเหมือนข่าวเชิงลบของคุณมากที่สุด คิดว่าเพราะอะไร?

จูเสี้ยวเทียน ผมเป็นคนตรง ชัดเจน อาจเป็นเหตุให้คนไม่ชอบ แต่ผมไม่ได้หมายถึงใครเป็นการเจาะจง และก็ไม่เคยตั้งใจจะทำให้ใครมาชอบ แค่เป็นตัวของตัวเอง ผมไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะข่าวพวกนั้น ตั้งใจแสร้งทำให้คนอื่นพอใจมีแต่ทำให้ตัวเองไม่สบายใจ อีกอย่างคุณสมบัติอย่างหนึ่งของศิลปินก็คือให้ความบันเทิง เป็นหัวข้อสนทนาในวงน้ำชาหรือกินข้าว ถ้าการพูดคุยเหล่านั้นสร้างความบันเทิงให้คนที่ชอบผมก็ดี ทำให้คนไม่ชอบผมพอใจก็ดี อย่างงั้นก็ถือว่า
ได้ทำหน้าที่แล้ว (ให้ความบันเทิง)

นักข่าว เกี่ยวกับเรื่องความรักคุณเปิดเผยกับสื่อเต็มที่ หรือ เปิดเผยบ้าง?

จูเสี้ยวเทียน ผมไม่เคยเปิดเผยเรื่องความรัก ไม่เคยพูดจากปากว่าผมรักอยู่กับใคร ทุกครั้งเป็นนักข่าว
ถามเวลาสัมภาษณ์แล้วก็ไปเขียนเป็นเรื่องราวเอง

นักข่าว ถ้าคุณแต่งงานจะปิดเป็นความลับหรือเปล่า?

จูเสี้ยวเทียน ถ้ามีโอกาสแต่งงานผมยินดีเปิดเผย ผมเองอายุก็ไม่น้อยแล้ว แต่ตอนนี้ผมยังไม่พบคนที่เหมาะสม

นักข่าว หลินซีเหลยเป็นยังไง เธอใช่แบบที่คุณชอบหรือเปล่า?
จูเสี้ยวเทียน เธอดีมาก ว่าใช่ก็ได้

นักข่าว ในชีวิตจริงจะรับได้ไหมถ้ามีภรรยาโหด ๆ ?

จูเสี้ยวเทียน ผู้หญิงงอน แล้วโหดนิดหน่อยไม่เกินขอบเขตก็พอรับได้ แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้วมาทำร้ายกันก็รับไม่ได้

โดย gosobig f4 thailand.com

บันทึกการเข้า

lin_jerry11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 03:55:04 PM »

เก็บตกจากสัมภาษณ์ (นิดนึง...แอบมีเจอร์รี่ด้วย ยิ้มเท่ห์)

1. แม่ยกไจ๋ทั้งหลาย  เสี้ยวบอกว่าไจ๋ตื่นเต้นกับละครเวทีของเสี้ยวมาก ถ้ามีเวลาไจ๋ต้องมาดูและเชียร์เสี้ยวแน่นอน  งานนี้ไจ๋คงไปดูเสี้ยวที่เซี่ยงไฮ้ เห็นเสี้ยวเคยบอกว่าจะชวนเพื่อนๆ มาดูเธอเล่น  ต้องลุ้นว่า แวน กับเจอรี่จะไปดูด้วยเปล่า?

2.  เจอรี่เคยพูดว่าหวังว่าจะมีการรวม F4 ครบ 10 ปี
     เสี้ยวว่า  ก็คงได้แต่หวัง เพราะถึงเวลาจริงๆ เค้าก็ไม่ว่างตลอด
     http://teabar.jinghua.cn/index.html

3.  เสี้ยวว่า  ในการทำงาน F4 เข้ากันได้ดี  แต่ชีวิตส่วนตัวจะไม่เหมือนกัน
     อย่างไจ๋ชอบขับรถเร็ว  แต่เสี้ยวไม่ชอบ

4.  ในละคร เสี้ยวบอกว่าต้องมีฉากกินหนังสือพิมพ์  ซ้อมไปกินไปเป็น 20 ฉบับได้  มีคนถามว่ากินจริงเปล่า  เสี้ยวตอบยิ้มๆ
     ว่า ขืนกินจริงๆ ก็เข้าโรงพยาบาลไปตั้งแต่กินฉบับแรกแล้ว 5555





บันทึกการเข้า

lin_jerry11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 03:58:11 PM »

แหะๆๆ  แลบลิ้น แลบลิ้น แลบลิ้น ลืมบอกรอบการแสดงที่จีน



อัพเดท "รอบการละครเวที He and his two wives" ที่เคน เล่น (เคน F4 นะ ไม่ใช่ เคน ธีรเดช ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์)มี 6 เมือง

เซี่ยงไฮ้ 13-15 พฤศจิกายน 09

หนานจิง 20-21 พฤศจิกายน 09

หางโจว 10-11 ธันวาคม 09

เสิ่นเจิ้น 23-24 ธันวาคม 09

กวางเจา 30-31 ธันวาคม 2009, 1 มกราคม 2010

ปักกิ่ง 8-10 มกราคม 2010

cr. www.kenforever.com
บันทึกการเข้า

ploy
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 232


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 09:48:15 PM »



ขอบคุณพี่หลินคนขยันมากๆๆเลยนะคะสำหรับทู้ใหม่ๆๆๆตั้งหลายทู้เลย
----------------ชอบเกบตกนะคะ---------หวังว่าจะได้มารวมตัวกันอีกครั้งนึงคร้า
บันทึกการเข้า


lin_jerry11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2009, 10:42:26 PM »



ขอบคุณพี่หลินคนขยันมากๆๆเลยนะคะสำหรับทู้ใหม่ๆๆๆตั้งหลายทู้เลย
----------------ชอบเกบตกนะคะ---------หวังว่าจะได้มารวมตัวกันอีกครั้งนึงคร้า


คิดเหมือนกันเลยน้องพลอย ความหวังเล็กน้อยก้อยังทำให้คิดว่า "ดีกว่าไร้ความหวัง"  ขยิบตา ขยิบตา ขยิบตา
บันทึกการเข้า

ploy
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 232


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2009, 01:17:00 AM »

 ยิงฟันยิ้ม  อิอิอิ วันนี้เรา 2 คนเฝ้าบ้านคร้า
บันทึกการเข้า


annie_chu2005
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 74


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2009, 08:28:12 AM »

หวัดดีค่ะ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

ploy
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 232


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2009, 06:52:18 PM »

555+++++ สาหวัดดีคะ พี่ๆทุกท่าน----บ้านนี้เงียบเหงาจริงเลยนะคะ

----------หายไปเพราะคอมป่วยคร้า
บันทึกการเข้า


หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: